posted on 07 Mar 2008 21:26 by pattyagent in insurance
ประกันชีวิต vs ประกันอุบัติเหตุ
หลาย ๆ ท่านอาจมีความสับสนในความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ ประกันชีวิต กับ ประกันอุบัติเหตุ “ มีไม่น้อยที่เข้าใจว่าเหมือนกันหรือเป็นเรื่องเดียวกัน จริง ๆ แล้วกรมธรรม์ 2 ประเภทนี้ไม่เหมือนกัน อาจกล่าวได้ว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงก็ไม่ผิดนัก
ข้อแตกต่างระหว่างกรมธรรม์ประกันชีวิต กับ กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุ
| ข้อเปรียบเทียบ |
ประกันอุบัติเหตุ |
ประกันชีวิต |
| 1.ขอบเขตความคุ้มครอง |
คุ้มครองเฉพาะเมื่อเสียชีวิต จากอุบัติเหตุ |
คุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณีรวมถึงอุบัติเหตุและการฆ่าตัวตาย (ต้องเป็นการฆ่าตัวตายหลังจากถือกรมธรรม์มาไม่น้อยกว่า 1 ปี ขึ้นไป) |
| 2.ระยะเวลาคุ้มครอง |
คุ้มครองแบบปีต่อปี |
คุ้มครองต่อเนื่องจนกว่าจะครบสัญญา
|
| 3.มูลค่าของกรมธรรม์ |
มีเฉพาะมูลค่าเงินสดคงเหลือเมื่อยกเลิกกรมธรรม์ |
มีมูลค่ากรมธรรม์ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป ยกเว้นแบบมีกำหนดระยะเวลา |
4.ค่ารักษาพยาบาล
(ถ้ามี) |
เบิกได้เฉพาะการรักษาพยาบาลที่เกิดจากอุบัติเหตุเท่านั้น |
เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ทั้งจากการเจ็บป่วยและจากอุบัติเหตุ |
| 5.ข้อยกเว้นการคุ้มครอง |
ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นขณะมึนเมาสุรา ทะเลาะวิวาท การก่อการร้าย การจลาจล ภาวะสงคราม |
ไม่มีข้อยกเว้นดังกล่าว หมายความว่าถ้ามีกรมธรรม์ชีวิตไม่ว่าจะเสียชีวิตจากสาเหตุใดก็ตาม ผู้รับประโยชน์จะได้รับทุนประกันคืนตามวงเงินที่ทำไว้
|
กล่าว โดยสรุปก็คือหากมีกรมธรรม์ประกันชีวิต จะได้รับความคุ้มครองการมรณกรรมจากอุบัติเหตุด้วย แต่หากมีเฉพาะกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุจะไม่ได้รับความคุ้มครองกรณีมรณกรรม เนื่องจากการเจ็บป่วย รวมถึงค่ารักษาพยาบาลก็จะเบิกได้เฉพาะการรักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุเท่านั้น
ที่มา
posted on 07 Mar 2008 21:24 by pattyagent in insurance
ประกันชีวิตคืออะไร
โดยนัยของกฎหมาย :-
กรมธรรม์ประกันชีวิต คือ สัญญาต่างตอบแทนที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า ผู้เอาประกันมีหน้าที่ต้องจ่ายเบี้ยประกันให้กับคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า บริษัทประกันชีวิต โดยบริษัทประกันชีวิตมีหน้าที่ต้องจ่ายผลตอบแทน
เรียกว่า ทุนประกันชีวิต ให้แก่ผู้เอาประกันหรือผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตหรืออยู่ครบตามสัญญาของกรมธรรม์
โดยนัยแห่งความหมายและคุณค่าของกรมธรรม์ :-
ประกันชีวิต คือ เงินสดสำรองจำนวนหนึ่ง ซึ่งเราจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อรองรับเหตุการณ์ร้ายแรงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเราในอนาคต โดยเราไม่สามารถทราบได้ว่าเหตุการณ์นั้น ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อใดและรุนแรงมากน้อยเพียงใด
เหตุการณ์เช่นว่านั้นได้แก่ :-
• การเจ็บป่วย
• การได้รับอุบัติเหตุ
• การทุพพลภาพถึงขนาดไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป
• การสิ้นอายุขัย
แม้ปัจจุบันเราได้รับความคุ้มครองเบื้องต้นจากหลักประกันภาคบังคับที่รัฐบาลจัดสรรให้ ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย 30 บาท
รักษาทุกโรค นโยบายประกันสังคม พรบ.ผู้ประสบภัยจากรถ หรือจากหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ต่าง ๆ
แต่ก็เป็นเพียงการบรรเทาภาระทางการเงินที่แท้จริงบางส่วนที่เกิดขึ้นจาก เหตุการณ์ดังกล่าวเท่านั้น ไม่ใช่การขจัดปัญหาทางการเงินส่วนใหญ่ให้หมดไปดังเช่นที่เราเคยพบเห็นด้วย ตนเองหรือทราบข่าวจากสื่อสารมวลชนต่าง ๆ อยู่เสมอว่าเมื่อครอบครัวใดก็ตามที่มีฐานะทางการเงินยังไม่เข้มแข็งพอ ต้องพบกับปัญหารุนแรงจากเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง สมาชิกในครอบครัวนั้นต้องเผชิญกับวิบากกรรมทางการเงินอย่างมาก
บางกรณีถึงขนาดส่งผลกระทบทางสังคมตามมา ทรัพย์สินเงินทองที่พอมีอยู่บ้างอาจจะหมดไปในชั่วพริบตากับค่ารักษาพยาบาล เพื่อพยุงรักษาชีวิตของคนที่เรารักไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายครั้งสุดท้ายสำหรับการจัดพิธีกรรมทางศาสนา และทุนการศึกษาของสมาชิกในครอบครัวที่ยังไม่สามารถประกอบอาชีพได้
รวมตลอดไปถึงค่าใช้จ่ายประจำวันของครอบครัวที่จะต้องดำรงอยู่ต่อไป ทั้งหมดนี้คือภาระทางการเงินที่เราส่วนใหญ่ไม่ได้วางแผนรองรับไว้ล่วงหน้า เพราะมักจะคิดว่าไม่เป็นไรเหตุการณ์นั้นยังไม่เกิดขึ้น ถ้าเกิดขึ้นก็ไม่น่าจะรุนแรงและโดยปกติมักจะคาดว่าเราคงไม่โชคร้ายอย่างนั้น
ที่มา
edit @ 7 Mar 2008 21:26:32 by ✿ Patty Agent ✿